ควรยกย่องคนทำดี!!

การทำความดีเป็นสิ่งดี การทำบันทึกความดีที่ตัวเองทำเป็นสิ่งดี การส่งให้แม่อ่านเป็นสิ่งดี 

 การที่แม่ชื่นชมลูกในความดีที่ทำไปก็เป็นสิ่งดีเช่นกัน เพราะลูกจะเกิดกำลังใจ และอยากจะทำดีต่อไป!!



 กำลังใจในการทำความดีนั้น เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสังคมสมัยนี้ไม่ค่อยนำเรื่องราว “การทำความดี” ออกมานำเสนอกันมากนัก มีแต่ข่าวร้ายๆ ฆ่าคนตาย ปล้นจี้ ข่มขืน ดราม่า บางครั้งก็เป็นข่าวไร้สาระที่ทำให้เสียเวลาในชีวิตไปเปล่าๆ บ้าง ฯลฯ 



 หลายครั้งที่คนทำ “ไม่ดี” กลับได้รับการชื่นชมสรรเสริญเสียอีก ยิ่งคนที่เสพสื่อโซเชียลมากๆ บางครั้งเห็นยอดไลค์ยอดแชร์เยอะๆ ก็พลอยเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ควรทำตาม!

 กลายเป็นว่าสมัยนี้แทบจะแยกไม่ออกว่าอะไรคือ “ความดี ความชั่ว” อะไรคือ “กุศล อกุศล” กลายเป็นว่าอะไรที่ “ถูกใจ” คือ “ดี” แต่ลืมดูว่าถูกกฎหมาย หรือถูกศีลธรรมหรือไม่??


 อะไรคือความดี?? ในเบื้องต้นขอยกมาจากบางส่วนของสัมมาทิฐิ 10 ประการ เพราะพระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ชัดเจนว่า สัมมาทิฐิ เป็นเบื้องต้นของกุศลกรรมทั้งปวง ซึ่งจะยกมาเฉพาะในส่วนที่เป็นความดีพื้นฐาน ได้แก่ 

 การแบ่งปันเป็นความดี, การช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นความดี, การยกย่องเทิดทูลผู้มีคุณเป็นความดี, การตอบแทนคุณบิดามารดาเป็นความดี, ความเชื่อในผลของความดีและความชั่ว นี้ก็จัดว่าเป็นความดี นี้คือ “ความดีเบื้องต้น” ที่ทุกความเชื่อ ทุกศาสนาสามารถเข้าใจและปฏิบัติตามได้ 

 ส่วนอะไรคือความชั่ว ในที่นี้คือ การฆ่า การเบียดเบียนผู้อื่น การลักทรัพย์ การมีชู้มีกิ๊ก การพูดเท็จ การเสพสิ่งเสพติด  อบายมุข การพนัน ทั้งหลาย เพราะหากใครทำสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ ไม่มีใครอยากคบหา และเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง



 การทำความดี “เป็นสิ่งดี เราไม่ควรอายที่จะทำความดี คนที่ทำความชั่วต่างหากที่ควรละอาย ให้ดีใจเถิดว่า “เราได้ทำสิ่งที่ดี” ส่วนจะประกาศความดีหรือไม่นั้น ก็แล้วแต่อัธยาศัยของแต่ละคน 


 มีสำนวนไทยว่า “ปิดทองหลังพระ”  หมายถึง การประกอบคุณงามความดี โดยไม่ได้มุ่งหวังจะให้ใครรู้ หรือไม่ได้ป่าวประกาศให้ผู้อื่นรับรู้ หรือต้องการชื่อเสียงและคำสรรเสริญจากผู้อื่น นี่คือการทำความดีของพระโพธิสัตว์โดยแท้ คือทำความดีมุ่งความดีเพียงอย่างเดียว ไม่ควรคิดว่า ทำดีเพื่อหวังคำชม หรืออยากดัง แต่ควรคิดว่า “ทำดีเพราะอยากได้ดี" แต่เมื่อมีผู้ได้พบเห็นการปิดทองหลังพระแล้วนำมาขยายสู่สังคม ความดีที่อยู่หลังพระนั้น ก็จะเป็นกำลังใจและเป็นแบบอย่างแห่งความดีต่อไป 

 ดังเช่น การทำความดี “ปิดทองหลังพระ” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ที่เป็นต้นแบบแห่งการทำความดีของคนไทยทั้งหลาย



 ถ้าเห็นคนอื่นทำดี "เราควรชื่นชมคนทำดี" ควรยกย่อง ควรอนุโมทนา ควรมุทิตาจิต ไม่ควรตัดรอนกำลังใจคนทำดี

 เพราะนอกจากคนทำดีจะเสียกำลังใจแล้ว ต่อไปหากเราทำดี เราจะไม่กล้าทำ เพราะกลัวคนด่าคนว่าคนนินทาหมั่นไส้หาว่าอยากเอาหน้า
 เราจะกลายเป็นคนไม่มีกำลังใจที่จะกล้าทำอะไรเลย เพราะการตัดรอนกำลังใจคนอื่นของเรานี่เอง

 การชื่นชมคนทำดีและประกาศความดีออกไป ก็ทำให้สังคมได้รับรู้ถึงสิ่งดีๆ ได้มีต้นแบบแห่งความดี ทำให้คนที่กำลังทำดีเกิดกำลังใจ แม้จะเป็นความดีเพียงเล็กน้อยก็ตาม
 ก็ถือว่าเป็นกำลังใจได้เช่นกัน เหมือนน้ำใสชุ่มเย็นเพียงหยดเดียว ย่อมดีกว่าไฟร้อนๆ หากแต่น้ำหลายๆ หยดไหลรวมกันเป็นสาย ย่อมสามารถดับไฟกองใหญ่ได้ ความดีก็เฉกเช่นเดียวกัน 

 หากทุกคนช่วยกัน “ยกยองคนทำความดี” ประกาศความดีออกไป ยิ่งเผยแพร่ออกไปในสื่อต่างๆ ด้วยแล้ว สังคมเรานี้ก็จะมีแต่สิ่งที่ดี

โดยพระมหาทศพร ปุญฺญงฺกุโร
ขอบคุณรูปภาพจาก Google
ควรยกย่องคนทำดี!! ควรยกย่องคนทำดี!! Reviewed by Numjai Pimsuy on 04:27 Rating: 5

8 ความคิดเห็น:

  1. ได้พ่อแม่ดีมีศีลธรรมประจำตัว มาดูแลครอบครัว ก็เป็นสุดยอดของครอบครัว...

    ครอบครัวใด ได้พ่อแม่.ดี ครอบครัวนั้นก็เป็นยอดดี เพราะนอกจากพ่อแม่ดีมีศีลแล้ว ก็ยังชักชวน สรรเสริญความดี คนดี และลูกดีให้ปรากฏเป็นแบบอย่างแก่สังคม สังคมได้แบบอย่าง ครอบครัวอื่นได้แบบอย่าง ปฏิบัติตาม ความดีก็แผ่ไปขยายไป ผลักไล่ความชั่วร้ายออกไปครอบครัว ครอบครัวก็มีแต่สุข ครอบครัวอื่นและสังคมก็จะสงบสุข พ่อแม่จึงต้องทำดี ส่งเสริมความดี และประกาศความดี เพื่อให้ลูกหลานคนในครอบครัว และมีกำลังใจในการทำความดี เพื่อโลกจะได้เกิดสันติสุข เหมือนดังพระบรมศาสดาของเรา บรรลุยอดของความดีแล้ว ก็เผยแผ่ยอดของความดีนั้น ยกย่องผู้ทำดีบรรลุยอดของความดีแต่ละด้าน เช่นอสีติเอตทัคคะคือพระผู้มียอดดีแต่ละอย่าง พระสาวกภิกษุสงฆ์จึงได้เกิดกำลังใจเกิดขึ้นมากมาย สันติสุขจึงมาสู่โลก สู่ประเทศไทยตั้งแต่อดีตจวบถึงปัจจุบัน

    เป็นชาวพุทธ จงอย่าคิดเอง จงศึกษาคำสอนให้กระจ่าง ไม่รู้ก็สอบถาม รู้แล้วก็แก้ไขตน ฝึกตน ทำตนตามที่พระบรมศาสดาและอริยสาวกในอดีตได้ดำเนินมาแล้ว ก็มีแต่มงคลเจริญถ่ายเดียว ไม่มีเสื่อมเลย

    ฉะนั้น จงอย่าคิดเอง เออเอง เข้าใจผิดเอง ที่สำคัญไปเผยแผ่ความเข้าใจผิดเห็นผิด พิษร้ายก็ยิ่งจะเกิดแก่สังคมได้ เพราะชอบคิดกันเอง....

    ตอบลบ
  2. แม่ไม่ให้ประกาศความดี จะดีหรือ ?

    ความดี(บุญ)นำสุขมาให้ สุโข ปุญฺญสฺส อุจฺจโย
    ความดีย่อมเจริญทุกเมื่อ เมื่อนึกถึงความดี สทา ปุญฺญํ ปวฑฺฒติ
    วิญญูชนพึงทำบุญทั้งหลายอันนำความสุขมาให้ ปุญฺญานิ กยิราถ สุขาวหานิ

    การบันทึกเพื่อ....
    ๑. ตอกย้ำถึงความดี ให้นึกถึงความดี เพื่อจะได้ทำดีให้ยิ่งๆ ขึ้นไป เพราะการนึกถึงความดีเป็นเหตุนำสุขมาให้
    ๒. เมื่อผู้อื่นพบเห็น ย่อมชื่นชมยินดี และได้ต้นแบบ ได้กำลังใจที่จะทำความดีบ้าง เมื่อความดีขยายวงกว้างไป สังคมครอบครัว ประเทศชาติก็จะมีแต่สันติสุข

    ความดีหรือบุญกุศลจึงควรประกาศให้ผู้อื่นทราบเพื่อ.....
    ๑. ให้ผู้อื่นชื่นชมอนุโมทนา จัดเป็นบุญอย่างหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุสิบ
    ๒. สังคมได้แบบอย่างของการทำความดี ได้กำลังใจที่จะทำความดีบ้าง เมื่อความดีขยาย ความชั่วร้ายก็จะหดหายไป จึงควรช่วยกันประกาศความดี ชื่นชมความดีของกันและกันให้มาก ความริษยาไม่เกิด สังคมก็จะมีแต่สงบสุข
    ๓. เป็นการปลูกฝังสัมมาทิฏฐิคือความเห็นถูกจากการประกาศความดี ซึ่งเป็นยอดของทาน คือ “การให้ธรรมะคือความดีชนะการให้ทั้งปวง” เพราะเมื่อสัมมาทิฏฐิมา มิจฉาทิฏฐิคือความเห็นผิดก็หายไป ก็เพราะเกิดจากการประกาศการฟังความดีของผู้อื่น ดังในองค์สัมมาทิฏฐิข้อที่ ๑ ว่า ปรโตโฆโส การฟังการประกาศโฆษณาจากผู้อื่น
    หากผู้ปกครองท่านใด ต้องการให้บุตรหลานเป็นคนดี ก็ต้องให้เขารู้ว่า อะไรเป็นความดีบ้าง ความดีดีอย่างไร ทำต้องอย่างไร และให้บันทึกความดีไว้เป็นเครื่องระลึกถึง และแบ่งปันความดีคือประกาศสรรเสริญให้ผู้อื่นทราบ จึงจะได้ชื่อว่า “เป็นคนดียิ่งกว่าคนดี” ตามที่พระบรมศาสดาตรัสไว้ คือ ไม่ทำความดีแค่เฉพาะตน แต่ยังเชิญชวนชักชวนและสรรเสริญความดีนั้นด้วย จึงจัดเป็น “ยอดดี” ฉะนี้แลฯ

    ตอบลบ
  3. น่าสงสารเด็กจังสอนลูกไม่เป็นแม่คนนี้กำลังทำร้ายลูกตัวเองแบบไม่รู้ตัว

    ตอบลบ
  4. การทำความดีนี่แหละควรส่งเสริม สนับสนุนและประกาศให้ผู้คนได้รับรู้ มิเช่นนั้นความชั่วจะถูกเชิดชูในสังคมจนคนแยกไม่ออกว่าอันไหนคือความดีอันไหนคือความชั่ว

    ตอบลบ
  5. พ่อแม่ คือครูคนแรกของลูก แม่สอนตั้งแต่ลูกน้อยเกิด..

    ตอบลบ
  6. การบันทึกความดี ไม่ใช่การโอ้อวด แต่การตอกย้ำให้เด็กได้ระลึกถึงการทำความดีและเกิดความภาคภูมิใจในการทำความดีที่ได้รับการชื่นชมจากพ่อแม่และสังคมรอบด้าน ถ้าถือว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ก็ไม่รู้ว่า คุณแม่ท่านนี้ มีปัญหาทางจืตวิทยาหรือเคยมีปมด้วยในการทำความดีมาหรือป่าว??? ในทางส่วนตัวคิดว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสร้างขึ้นมาโพสต์เพื่อเรียกร้องความสนใจของสังคมมากกว่า คงไม่มีคุณแม่คนไหนที่คิดแบบนี้หรอกค่ะ

    ตอบลบ
  7. เห็นด้วยอย่างยิ่ง...ใช้ได้ทุกวงการ

    ตอบลบ
  8. ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วครับ

    ตอบลบ

ขับเคลื่อนโดย Blogger.